วันสงกรานต์ ปี2564 ประวัติความเป็นมาของวันสงกรานต์

  ประวัติวันสงกรานต์ เป็นจารีตประเพณีของเมืองไทย ลาว เขมร ภรรยานมา คนกลุ่มน้อยชาวไตแถบเวียดนามและก็เขตยูนนานของจีน ศรีลังกาและก็ทางทิศตะวันออกของอินเดีย คาดการณ์ว่า วันสงกรานต์ได้รับอิทธิพลมาจากเทศกาลโฮลี ในประเทศอินเดีย แต่ว่าเทศกาลโฮลีจะใช้การสาดสีแทน เริ่มในทุกวี่วันแรม เย็นเดือน 4เป็นในมี.ค.

  วันสงกรานต์มาจากภาษาสันสฤกตว่า สํ-กรานต แสดงว่า ก้าวขี้น ปิ้งขึ้น หรือก้าวขึ้น การย้ายที่ เคลื่อน เป็นดวงอาทิตย์ปิ้งขึ้น สู่ราศีใหม่ เป็นวันขึ้นปีใหม่ พูดอีกนัยหนึ่ง วันสงกรานต์ตกทอดมาแม้กระนั้นโบราณคู่กับวันตรุษ ก็เลยเรียกรวมกันว่า จารีตประเพณีวันตรุษวันสงกรานต์ คือ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เดิมวันที่จัดเทศกาลระบุโดยการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่ว่าปัจจุบันนี้ปฏิทินไทยกำหนดให้เทศกาลวันสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13-15 เดือนเมษายนของทุกปี รวมทั้งเป็นวันหยุดราชการ

ประวัติวันสงกรานต์

ประวัติวันสงกรานต์ วันปีใหม่ไทย

  ประวัติวันสงกรานต์ เป็นพิธีการที่เกิดขึ้นในสมาชิกในครอบครัว หรือชุมชนบ้านเรือนใกล้กัน แต่ว่าปัจจุบันนี้ได้แปรไปสู่สังคมวงกว้าง แล้วก็มีลัษณะทิศทางที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติรวมทั้งความเชื่อถือไป ในความศรัทธาเริ่มแรกใช้เครื่องหมายเป็นส่วนประกอบหลักในพิธีการ อย่างเช่น การใช้น้ำเป็นผู้แทน แก้กันกับความหมายของหน้าร้อน ขณะที่ดวงอาทิตย์เขยื้อนไปสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความสดชื่น

  มีการขอพรจากคนแก่ การระลึกรวมทั้งกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ตาย สังคมไทยยุคใหม่กำเนิดจารีตกลับไปอยู่บ้านในเทศกาลวันสงกรานต์ นับวันวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว ในพิธีการเดิมมีการรดน้ำพระที่นำมงคล เพื่อเป็นการเริ่มปีใหม่ที่เป็นสุข ปัจจุบันนี้มีการโฆษณาในเชิงท่องเที่ยวว่าเป็น Water Festival หรือ เทศกาลที่น้ำ

ตำนานนางสงกรานต์

  ตามจารึกที่วัดพระเชตุๆพนใสมังลาราม กล่าวตามพระบาลีข้างมอญว่า คราวหนึ่งนานมาแล้ว มีคนมั่งคั่งคนหนึ่ง มั่งคั่งทรัพย์สินแต่ว่าอับโชคลูก ตั้งบ้านอยู่ใกล้กับนักเลงเหล้าที่มีลูกสองคน วันหนึ่งนักเลงเหล้าว่ากล่าวคนมั่งคั่งจนถึงคนมั่งมีอกน้อยใจ ก็เลยได้เส้นไหว้ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ตั้งจิตอธิษฐานอยู่กว่าสามปี ก็ไม่มีวี่แววที่จะมีลูก อยู่มาวันหนึ่งเพียงพอถึงตอนที่ดวงตะวันเอาขึ้นสู่ราศีเมษ คนมั่งมีได้พาบริวารไปยังไทรชายน้ำ เพียงพอถึงก็ได้เอาข้าวสารลงล้างในน้ำเจ็ดครั้ง

  แล้วหุงบูชาอธิษฐานขอบุตรกับรุกขเทวดาในต้นไทรนั้น รุกขเทวดาเห็นใจเศรษฐี จึงเหาะไปเฝ้าพระอินทร์ ไม่ช้าพระอินทร์ก็มีเมตตาประทานให้เทพบุตรองค์หนึ่งนาม”ธรรมบาล”ลงไปปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเศรษฐี ไม่ช้าก็คลอดออกมา เศรษฐีตั้งชื่อให้กุมารน้อยนี้ว่า ธรรมบาลกุมาร และได้ปลูกปราสาทไว้ใต้ต้นไทรให้กุมารนี้อยู่อาศัย

  ต่อมาเมื่อผู้รักษาธรรมกุมารโตขึ้น ก็ได้ทำความเข้าใจซึ่งภาษานก แล้วก็เรียนตรีเภทจบเมื่ออายุได้เจ็ดขวบ เขาได้เป็นคุณครูบอกมงคลต่างๆแก่คนทั้งหลายแหล่ อยู่มาวันหนึ่ง ท้าวกบิลพระพรหม ได้ลงมาทายปัญหากับผู้รักษาธรรมกุมาร ข้อ ถ้าเกิดผู้รักษาธรรมกุมารตอบได้ก็จะตัดเศียรบูชา แต่ว่าถ้าหากตอบมิได้จะบั่นหัวผู้รักษาธรรมกุมารเสีย ท้าวกบิลพระพรหมถามผู้รักษาธรรมกุมารว่า รุ่งเช้าศรีอยู่ที่แห่งไหน ตอนกลางวันศรีอยู่ตรงไหน รวมทั้งค่ำๆศรีอยู่ตรงไหน ทันทีนั้นผู้รักษาธรรมกุมารก็เลยขอผัดผ่อนกับท้าวกบิลพระพรหมตรงเวลา วัน  ทีมา ” ประวัติวันสงกรานต์

14เมษา
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest
5/5